การใช้งานคอมพิวเตอร์ : จัดการไวรัสและสปายแวร์

ตอนที่  2

จัดการไวรัส และสปายแวร์  

 

จัดการไวรัส

                                เมื่อมาถึงตอนนี้ก็ขอแนะนำว่าอย่าเพิ่งใช้งานคอมพิวเตอร์  ขอให้ปรับแต่งอีกนิดหนึ่ง คือการเลือกใช้โปรแกรมป้องกันไวรัส    โปรแกรมป้องกันไวรัสจะต้องดี  มีคุณภาพ  ราคาถูก   ที่เป็นของฟรีตลอดปีตลอดชาติและมีคุณภาพดีด้วยข้าพเจ้าทดลองใช้มาตัวหนึ่งแล้วดีมาก ๆ เลยครับ  นั่นคือ  ClamWin

หาดาวโหลดได้จาก AppHit.com   โปรแกรมตัวนี้มีทั้งชนิดติดตั้งลงในคอมพิวเตอร์เช่นเดียวกับโปรแกรมป้องกันไวรัสอื่น ๆ โดยทั่วไป  และมีทั้งเป็นชนิดเอาเก็บใส่ Handy Drive พกไปไหนมาไหนก็ได้  ถ้าเลือกแบบชนิดแรกเราก็สามารถอัปเดตทางอินเตอร์เน็ตได้ทุกวัน   ถ้าเลือกชนิดที่สองเราก็อัปเดตโดยการเสียบ Handy Drive   เข้าที่คอมพิวเตอร์แล้วก็ทำการอัปเดตทางอินเตอร์เน็ต  เสร็จแล้วเก็บเอาไปใช้กับเครื่องที่ไม่ต่ออินเตอร์เน็ตก็ได้  ปลอดภัยดี  เราสามารถสแกนไวรัสและกำจัดมันออกไปจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่ต่ออินเตอร์เน็ตได้เช่นเดียวกัน  ชนิดที่สองนี้หาดาวโหลดได้ที่ PortableApps.com   บางท่านอาจจะสงสัยว่าโปรแกรม ClamWin ตัวเดียวกันทำไมมันดาวโหลดคนละที่เดียวกัน   ข้าพเจ้าเป็นขาประจำของเว็บไซต์AppHit.com  เข้าไปดูบ่อย  ดาวโหลดโปรแกรมต่าง ๆ ได้ง่าย    พอเจอเจ้า ClamWin เลยโหลดมาลองใช้ดู  เห็นว่ามันดี  มีคุณภาพ  ก็เลยแวะไปที่เว็บไซต์ของตัวจริงเสียงจริง  ปรากฏว่าไปดาวโหลดมาไม่ได้  เพราะเจ้าของเว็บเขาขอให้เราบริจาคเพื่อเป็นทุนในการพัฒนาโปรแกรมให้เจริญก้าวหน้าต่อไปเสียก่อน   ข้าพเจ้าก็ยินดีจะบริจาค โดยการกรอกข้อมูลเข้าไปจนเสร็จเรียบร้อย  กะว่าจะบริจาคประมาณ 10 ยูโร เขาให้บริจาคโดยดำเนินการผ่าน Pay Pal  เราไม่มีบัญชีของ Pay Pal  ก็เลยไม่ได้บริจาค และไม่ได้โหลด   ส่วนโปรแกรมชนิดเก็บใน Handy Driveได้นั้น ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Portable   ก็เลยไปควานหาในอินเตอร์เน็ตจนพบที่ PortableApps.com  ก็ดาวโหลดมาใช้  ได้ผลดี  อีกทั้งมีคุณภาพแบบเดียวกันเลย   ของฟรีดี ๆ ก็มี

 

                                อัดเจ้าสปายแวร์ (Spyware)

ไอ้เจ้าสปายแวร์  ชื่อมันก็บอกอยู่แล้วนะว่ามันเป็นพวกนักสืบ  สอดแนม  ถ้ามาเกี่ยวข้อง

ในวงการคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต  มันก็ต้องไม่ใช่เรื่องดีเท่าไรนัก   ตามที่เคยบอกไว้แล้วว่าอย่างน้อยที่สุด Firewall  ของเราหนึ่งตัวต้องอยู่ในสถานะ On  เพราะว่า Firewall  เป็นตัวป้องกันไวรัสและภัยคุกคามคอมพิวเตอร์  Firewall  ตั้งแต่สองตัวขึ้นไปหากให้ทำงาน(On) พร้อมกันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อกันได้  นั่นก็หมายความว่าเราควรใช้ Firewall  อย่างน้อยสองถึงสามตัวในการป้องกันคอมพิวเตอร์แต่อย่าให้มันทำงานพร้อมกัน   วินโดว์ติดตั้ง Firewall มาให้เราอยู่แล้ว  1 ตัว  เราต้องเปิดสถานะ On ให้แก่มันอย่างที่บอกแล้ว           ในตอนที่ 1  หวังว่าคงเปิดระบบให้มันแล้วนะครับ     ตัวที่สองถ้าจะเลือกใช้ขอแนะนำสุดยอดฮิตขณะนี้คือ

Ad-Aware   ตัวที่สามขอแนะนำ  Spybot-Search And Destroy   ตัวอื่น ๆ ก็มีให้เลือกใช้ฟรี ๆ  เช่นเดียวกันอย่าง  ThreatFire  หรือ PC Tools Firewall Plus   ขอบอกก่อนนะครับว่าของฟรีบางอย่างมันก็ไม่เหมือนของเสียตังค์ เพราะว่าบางทีอาจถูกจำกัดด้วยระยะเวลาที่ยินยอมให้ใช้ฟรี  ส่วนใหญ่ยอมให้ใช้ฟรี 15 วัน หรือเต็มที่ก็ประมาณ 45 วัน   บางทีก็ถูกจำกัดคุณสมบัติการใช้งานบางประการ

 

                                ไวรัสคอมพิวเตอร์มีหลายชนิด  ตัวสำคัญที่สุด คือชนิดที่เป็นอีแอบซ่อนตัวอยู่ในส่วนที่เรียกว่า Boot Sector ซึ่งเป็นส่วนที่เก็บข้อมูลระบบ   เมื่อใช้คอมพิวเตอร์  คอมพิวเตอร์จะอ่านข้อมูลระบบทุกครั้ง  เมื่อเปิดวินโดว์ขึ้นมาอีแอบก็จะเริ่มทำงานทันทีเช่นเดียวกัน  แล้วมันก็รีบเข้าไปอยู่ในหน่วยความจำหรือ RAM   การยักย้ายถ่ายโอนข้อมูลหรือกระทำอะไรก็ช่างเถอะจะต้องผ่าน RAM ทั้งสิ้น  มันก็จะกระจายแพร่ไปตามส่วนต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์ หรือเกาะไปกับไฟล์ข้อมูลเข้าสู่คอมพิวเตอร์เครื่องอื่นได้ง่าย

ไวรัสชนิดต่อมาเป็นแบบเกาะติดไฟล์ข้อมูล   บางตัวเป็นไวรัสแบบแมคโครเกาะไปกับไฟล์เอกสารแบบWord หรือ Exel   และที่สำคัญอีกแบบหนึ่งที่มาพร้อมกับการท่องอินเตอร์เน็ต คือโทรจัน (Trojan Horse) และหนอนคอมพิวเตอร์(Worm)   ไวรัสจะเป็นตัวทำลายข้อมูล และเป็นตัวหน่วงระบบต่าง ๆ ในการทำงานของคอมพิวเตอร์  ส่วนสปายแวร์จะเป็นตัวสอดแนมล้วงความลับเจ้าของเครื่องคอมพิวเตอร์                   

สรุปแล้วเราต้องจัดการไวรัสและอัดเจ้าสปายแวร์ให้อยู่หมัด

 

                                RAM และ Hard disk

ข้าพเจ้าขอแนะนำให้ท่านเลือกใช้คอมพิวเตอร์ที่มี RAM มาก ๆ และมีเนื้อที่เก็บข้อมูลบน 

Hard disk มาก ๆ  ความเร็วของ CPU สูง ๆ  เวลาใช้งานมันจะเร็วและแรงไปด้วยความมันกับประโยชน์ที่จะได้รับ  โดยเฉพาะเวลาเล่นอินเตอร์เน็ต   ในทางตรงกันข้ามถ้าเลือกใช้คอมพิวเตอร์ที่มี RAM  น้อย  และมีเนื้อที่เก็บข้อมูลบน  Hard disk น้อย  ความเร็วของ CPU ก็ยังน้อยอีก  เวลาใช้งานมันจะช้า  อืดอาด และเสียอารมณ์ในการใช้งาน    อย่างไรก็ตามถ้าเราประสบกับปัญหาแบบที่ว่านี้  ต้องหาวิธีที่ประหยัดที่สุดในการปรับแต่งคอมพิวเตอร์ให้มีประสิทธิภาพที่สุด  คือต้องปรับแต่งการทำงานของ RAM และ Hard disk

                                RAM  เป็นหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์   โปรแกรมต่าง ๆ จะทำงานได้ต้องทำงานผ่านหน่วยความจำทั้งสิ้น   ถ้าเราทำงานเพียงโปรแกรมเดียวคงไม่มีปัญหาอะไร  แต่บางครั้งเราทำงานคราวละหลาย ๆ โปรแกรม  แต่ละโปรแกรมจะต้องใช้หน่วยความจำเป็นจำนวนมาก  โดยเฉพาะโปรแกรมประเภทงานกราฟฟิค   งานเกี่ยวกับภาพถ่าย   ยิ่งถ้าใช้งานอินเตอร์เน็ตด้วยจะยิ่งต้องใช้หน่วยความจำมากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว  ถ้าคอมพิวเตอร์ของเรามีหน่วยความจำน้อย แต่กลับใช้งานโปรแกรมต่าง ๆ มากหน่วยความจำจะไม่พอใช้  คราวนี้ละครับข้อมูลที่มันล้นจากหน่วยความจำจะถูกนำไปเก็บไว้ที่ Hard disk

                                RAM กับ  Hard disk  จึงเป็นที่เก็บข้อมูลสลับกันไปสลับกันมาอยู่ตลอดเวลา  ถ้าเราใช้งานโปรแกรมต่าง ๆ ไม่มาก  ข้อมูลที่ล้นไปสู่ Hard disk ในตอนแรกก็จะไหลกลับไปสู่ RAM   ถ้า RAM มีน้อยก็ต้องเพิ่ม RAM ให้มาก ๆ อย่างที่บอกตั้งแต่แรก    เพราะบางทีข้อมูลที่มันล้นมามันดื้อดึง  ดันไม่ยอมไหลกลับไปที่ RAM 

                                RAM  เป็นหน่วยความจำหลักของระบบ  ข้อมูลที่มันล้นไปที่ Hard disk  และถูกเก็บไว้นั้นเนื้อที่ของ Hard disk ตรงนั้นเขาเรียกว่า paging file  หรือ swap file หรือเรียกรวม ๆ ว่า virtual memory              ซึ่งวินโดว์ใช้มันเสมือนเป็น RAM      เมื่อ RAM เป็นหน่วยความจำหลัก  แสดงว่า paging file ก็เป็นเสมือนหน่วยความจำรอง    ของแท้กับของปลอมมันก็มีคุณภาพต่างกัน   การเข้าถึงข้อมูลใน RAM มันต้องเร็วกว่าการเข้าถึงข้อมูลใน paging file     อย่างที่บอกอีกนั่นแหละถึงแม้จะเพิ่มจำนวน RAM แต่ระบบมันดึงดันพยายามเขียนข้อมูลลงใน paging file    เลยมีแนวความคิดว่าปิดการทำงานของ paging file ซะให้หมดเรื่อง  ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยดีไหม    ข้าพเจ้าเคยลองดูแล้วระบบมันชักจะรวน ๆ เหมือนกัน 

ถ้าจะให้ดีที่สุดก็ต้องปรับค่าการทำงานของส่วนการแสดงผล  ปรับการทำงานของ RAM

และปรับตั้งปริมาณเนื้อที่  paging file บนพื้นที่ของ Hard disk ให้อยู่ในความพอเหมาะพอดี    อีกทั้งหมั่นทำความสะอาด  ปัดกวาดเช็ดถูทำความสะอาด  Hard disk   ตรวจสอบ Error  และคอยจัดระเบียบข้อมูลที่เดี๋ยวก็เขียนเดี๋ยวก็ลบอยู่ตลอดเวลาให้มันเป็นไปด้วยความเรียบร้อย  ซึ่งต้องว่ากันในตอนต่อไปครับ

               

               

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อความนี้ถูกเขียนใน คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s