การใช้งานคอมพิวเตอร์ : System Properties, System Restore and System Checkpoint

ตอนที่  3

การตั้งจุดคืนค่าย้อนกลับคืนระบบ

 

                                ในตอนแรกได้กล่าวถึงสามทหารเสือในการดูแลป้องกันคอมพิวเตอร์ให้ปลอดภัย  แต่จากประสบการณ์การใช้คอมพิวเตอร์มานานข้าพเจ้าเห็นว่าไวรัสมันเก่ง  คอยหาจังหวะเข้าเล่นงานคอมพิวเตอร์อยู่ตลอดเวลา   การป้องกันของเราอาจมีการเผลอไปบ้างเป็นบางครั้งบางคราว  แต่ที่น่าเจ็บใจที่สุดคือมันดันไปเผลอเอาตอนที่ไวรัสมันคอยจังหวะอยู่แล้วและสบโอกาสโจมตีตอนนั้น     ผลก็คือความแสบกระดองใจต้องยกเครื่องเข้าร้านซ่อม  ฉะนั้นต้องป้องกันให้ดีอย่าเผลอนะครับ

 

                                ข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องคอมพิวเตอร์

ในตอนนี้ขอแนะนำตัวคอมพิวเตอร์ก่อนครับว่าคอมพิวเตอร์ของเราเป็นรุ่นอะไร  มีสเป็ค

อย่างไร  โดยให้ไปตรวจสอบกันที่ System Properties  ดังนี้

1           คลิกขวาที่ไอคอน My Computer  บนหน้าจอคอมพิวเตอร์

2           คลิก Properties  จะแสดงหน้าต่าง System Properties ที่แท็ป General ซึ่งจะแสดง

เกี่ยวกับระบบวินโดว์ว่าเป็นรุ่นอะไร   การลงทะเบียนและรหัสผลิตภัณฑ์ และสเป็คของคอมพิวเตอร์ที่ใช้   ในส่วนนี้ไม่ได้ปรับแต่งอะไร  เพียงชี้ให้เห็นข้อมูลของเครื่องคอมพิวเตอร์เท่านั้น

               

ชื่อของคอมพิวเตอร์

ในหน้าต่าง System Properties ที่แท็ป Computer name ในส่วนของ  Computer description

ให้ใส่ชื่อเจ้าของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ลงไป เช่น  Netsuthep Computer เสร็จแล้วคลิก OK   หน้าจอคอมพิวเตอร์จะปรากฏชื่อคอมพิวเตอร์เวลาเราเปิดเครื่องขึ้นมาใช้งาน   คอมพิวเตอร์ของพวกเราส่วนใหญ่ใช้งานส่วนตัว  ไม่ได้ใช้กับ domain  อย่างมากก็เพียงใช้กับ Workgroup  ไม่ต้องไปปรับแต่งอะไรมากมายแค่นี้ก็พอแล้ว      

 

การสร้างจุดคืนค่าย้อนกลับคืนระบบ (System Checkpoint)

ในหน้าต่าง System Properties ที่แท็ป System Restore    ในส่วนนี้เป็นส่วนสำหรับติดตาม

การทำงานของคอมพิวเตอร์ และสามารถย้อนกลับไปยังจุดก่อนที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงและทำอันตรายต่อคอมพิวเตอร์ของเรา

                                ดังที่กล่าวตั้งแต่ต้นแล้วว่า  สามทหารเสืออาจละทิ้งหน้าที่ (จริง ๆ แล้วไอ้ตัวเจ้าของเครื่องคอมพิวเตอร์นั่นแหละ) ทำให้ไวรัสเข้ามารบกวนเครื่องของเรา   เราต้องสแกนไวรัสเป็นประจำ ถ้าทำทุกวันได้ด้วยจะยิ่งดีครับ

                การปิดระบบ System Restore

ให้คลิกเลือกปิดระบบใน check box ที่ Turn off System Restore on all devices เสร็จแล้ว

คลิก OK  ถ้าต้องการปิดระบบ    

                                 การเปิดระบบ System Restore

                            การใช้ System Restore   เป็นผลดีสำหรับกรณีเครื่องมีปัญหาก็สามารถย้อนกลับไปที่จุดเก่า ๆ ขณะเมื่อยังไม่เกิดปัญหาได้(เราเรียกว่า Restore Point) แต่จำเป็นต้องใช้เนื้อที่บน Hard disk มากถึง        15 %  หรือแต่ละจุดประมาณ 200 MB  และแต่ละจุดนั้น Windows จะทำให้โดยอัตโนมัติทุก ๆ วัน ( ทุก ๆ24 ชั่วโมง)  ถ้าเปิดเครื่องไว้จนครบตามกำหนด หรือทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญของระบบ       

               ไดร์ฟ C ถือว่าเป็น system drive เราจะไม่สามารถปิด System Restore  ถ้าไม่ปิดไดร์ฟอื่น ทั้งหมดด้วย  หมายความว่าถ้าปิดการใช้งานระบบก็ต้องปิดทุกไดร์ฟจะปิดเฉพาะไดร์ฟ C ไม่ได้    ในกรณีเปิดการใช้ System Restore ให้เลือกปรับแต่งสถานภาพของระบบ และปริมาณสูงสุดของพื้นที่ว่างฮาร์ดดิสค์ของแต่ละไดร์ฟ   ดังนี้

1           คลิกเลือกไดร์ฟ  เสร็จแล้วคลิก Settings…

2           ปรับเลื่อนสไลเดอร์ไปทางขวาเพื่อกำหนดขนาดพื้นที่บนฮาร์ดดิสค์สำหรับกันไว้เป็น

พื้นที่สำหรับ System Restore

3           คลิก OK

 

การย้อนกลับสู่จุดคืนค่า หรือ Restore Point จะไม่ทำให้เอกสารงานที่เราบันทึก   อีเมล           

(E-mail)  ประวัติ(History) หรือรายการโปรด(Favorites lists) เสียหาย   และเป็นประโยชน์หากเราจะสร้างจุดคืนค่าเหล่านี้ (System Checkpoint) ด้วยตนเอง  เช่นเมื่อมีการติดตั้งโปรแกรมใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลงค่าใน Registry

                                รู้สึกว่ามีคำศัพท์ภาษาอังกฤษสอดแทรกเข้ามาเรื่อย ๆ  แต่ขอบอกว่ามันจำเป็นสำหรับการใช้คอมพิวเตอร์  ถึงแม้จะเป็นไม้เบื่อไม้เมามาตั้งแต่เรียนหนังสือชั้นมัธยมจนจบปริญญาก็ตามเถอะ  ถ้าเราใช้ไปเรื่อย ๆ มันจะชินไปเอง  เหมือนผู้หญิงไทยได้ผัวฝรั่งแค่สามเดือนพูดกันรู้เรื่องเข้าใจกันได้ดี

                                สรุปก่อนนะครับว่า System Restore  มีประโยชน์ในการย้อนคืนจุดที่คอมพิวเตอร์ยังไม่เสียหายจากภัยคุกคาม  ไม่เสียงานเสียการที่เราได้บันทึกไว้  ทำได้ทุกไดร์ฟแต่ต้องทำไดร์ฟ C  เป็นหลัก  โดยมีข้อเสียคือ ใช้เนื้อที่ฮาร์ดดิสค์มาก

วิธีการสร้างจุดคืนค่าย้อนกลับคืนระบบ (System Checkpoint)

1      คลิกปุ่ม Start   แล้วเลื่อนเมาส์ไปที่ All Programs เลื่อนเมาส์ไปที่ Accessories                  

เลื่อนเมาส์ไปที่ System Tools จนถึง System Restore

                                2      ครั้งแรก ๆ ข้าพเจ้ากว่าจะไปถึงจุดหมายได้ก็ต้องทำหลายเที่ยวเพราะบางทีมือสั่นเลื่อนเมาส์ไปมาก็ตกขอบหลุดจากผิวจราจรได้ง่าย ๆ   เอาเป็นว่าพอถึง System Restore แล้ว ให้คลิกขวาแล้วคลิกเลือกที่ Pin to Start menu   รายการ System Restore จะไปปรากฏอยู่ที่ Start menu คราวหลังเมื่อ เราจะเรียกใช้งานมันอีกก็เพียงคลิก Start แล้วไปคลิกเลือก System Restore ได้ทันทีเลย  ไม่ต้องขึ้นรถลงเรือไปเหนือล่องใต้หลายต่อหลายทอดให้เสียเวลา  เราขึ้นทางด่วนไปเลย

                                3      เมื่อคลิกเลือก System Restore ได้แล้วจะพบหน้าต่างอธิบายรายละเอียดเป็นภาษา อังกฤษ(อีกแล้ว)  ให้คลิกเลือก Create a restore point เสร็จแล้วคลิก Next  จะพบคำอธิบายเป็นภาษาอังกฤษอีกซึ่งจับความได้ว่าคอมพิวเตอร์จะสร้าง restore point ให้เราโดยอัตโนมัติคล้ายกับที่อธิบายไปเมื่อตอนต้นแต่เราสามารถสร้าง restore point ตามเวลาที่เราเลือกเองก็ได้  โดยให้กรอกคำอธิบายลงใน text box  และต้องให้ง่ายต่อการจดจำของตัวท่านเองด้วยว่ามันหมายถึงช่วงเวลาไหน  เช่นกรอกลงไปว่า     วันติดตั้งโปรแกรมช่วยดาว์นโหลด Bit Comet “  เสร็จแล้วคลิก Create  ก็จะได้จุดคืนค่าย้อนกลับคืนระบบ  ซึ่งจะแสดงวัน และเวลา ให้เราทราบ  เสร็จแล้วก็คลิกเครื่องหมายกากบาทออกจากหน้าต่างได้เลย

                                4      ย้อนกลับไปทำตามข้อ 1 หรือข้อ 2  เราจะพบว่าที่หน้าต่าง system restore จะมีปฏิทินแสดงวันที่มี restore point ด้วยตัวอักษรตัวหนา  และมีวัน เดือน ปี แสดงลิสต์รายการของ restore point  ถ้าเราใช้คอมพิวเตอร์ไปแล้วประมาณเดือนหนึ่งจึงเกิดมีปัญหา  เราก็ย้อนกลับมาจุดเดิมได้  โดยคลิกที่ตัวอักษรตัวหนา และคลิกที่ restore point  เสร็จแล้วคลิก Next  จะพบหน้าต่างขอให้เรายืนยันการเลือก  ถ้าเรามั่นใจจะกลับไปที่จุดเดิมนั้นแน่ ๆ  ให้เราเซฟเอกสารและข้อมูลเสียก่อน  เสร็จแล้วคลิก Next  คอมพิวเตอร์จะดับลงไปแล้วเปิดขึ้นมาใหม่โดยอัตโนมัติ  มีหน้าต่างแจ้งว่าเรากลับมาที่จุดเดิมแล้ว  ให้คลิก OK  เป็นอันเสร็จพิธี  ใช้เครื่องของเราต่อไปได้โดยไร้ปัญหาใด ๆ

 

 

 

ข้อความนี้ถูกเขียนใน คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s