สงคราม

ตอนที่  30

การแย่งชิงอำนาจราชบัลลังก์

                                พ.ศ. 2231
พระนารายณ์ประชวร ประทับอยู่ที่พระราชวังลพบุรี

                                พระนารายณ์มีราชธิดา
3 พระองค์ มีน้อง 3 พระองค์
มีน้องเป็นชายพระองค์หนึ่งชื่อเจ้าฟ้าอภัยทศ 
และทรงชุบเลี้ยงเจ้าราชนิกูลพระองค์หนึ่งเหมือนเป็นราชบุตร ทรงแต่งตั้งเป็นพระปีย์

                                วิชเยนทร
เข้ากับพวกฝรั่งเศส ข้าราชการไม่ค่อยชอบจึงพากันไปเข้าข้างกับพระเพทราชามากกว่า  พระเพทราชาเห็นว่าไม่นานพระนารายณ์จะสวรรคต
จึงเข้าไปล้อมพระราชวังลพบุรีไว้ 
และนำตัววิชเยนทรและนายทหารฝรั่งเศสมาคุมตัวไว้  อีกทั้งนำพระปีย์ซึ่งฝักใฝ่กับวิชเยนทรมาพิจารณา  เมื่อได้ความทราบว่าพระปีย์จะได้เป็นรัชทายาท
จึงให้เอาไปประหาร 
และชำระความวิชเยนทรอยู่
 3 วัน
พิพากษาว่าวิชเยนทร
จะก่อกบฏชิงราชสมบัติให้พระปีย์แล้วตนเองจะเป็นผู้สำเร็จราชการ
จึงให้เอาไปประหารที่ทะเลชุบศร   การกระทำนี้พระนารายณ์ไม่รู้เรื่องราวแต่อย่างใด

                                เมื่อประหารพระปีย์และวิชเยนทรแล้ว
พระเพทราชาได้เชิญน้องของพระนารายณ์เสด็จไปเมืองลพบุรี  เจ้าฟ้าอภัยทศนึกว่าจะได้รับรัชทายาท  ถัดมาอีก
 2 วัน
ขุนหลวงสรศักดิ์ปลงพระชนม์น้องของพระนารายณ์เสีย จึงหมดรัชทายาท   การกระทำดังกล่าวนี้มีพวกฮอลันดาซึ่งเป็นปฏิปักษ์กับพวกฝรั่งเศสช่วยคิดอยู่ด้วย

                                ขั้นต่อไป
พระเพทราชาให้พระยาโกษาปาน ไปลวงนายพลเดส์ฟาช ไปเข้าเฝ้าพระนารายณ์ที่เมืองลพบุรี  เมื่อไปถึงก็ติดกับดัก  พระเพทราชาบอกว่าให้ทหารฝรั่งเศสไปช่วยรบที่ลาว
โดยให้เขียนจดหมายส่งไปบอกพรรคพวกที่เมืองมะริด  
ยึดตัวบุตรของนายพลเดส์ฟาช ไว้เป็นตัวประกัน
และให้ไปบอกพรรคพวกที่เมืองธนบุรีด้วย   เมื่อนายพลเดส์ฟาชมาถึงธนบุรีก็เตรียมกำลังทหารฝรั่งเศส
ซึ่งเหลืออยู่ประมาณ
300
คน สู้รบกับไทย

                                ขณะที่ฝรั่งเศสรบกับไทยอยู่นั้น
พระนารายณ์ก็เสด็จสวรรคต

                                ข้าราชการเชิญพระเพทราชาขึ้นครองราชย์สืบต่อมา
แล้วอัญเชิญพระศพพระนารายณ์มาที่อยุธยา 
แล้วก็สู้รบกับฝรั่งเศสต่อไปอีก
 2 เดือน ฝรั่งเศสยอมแพ้เพราะถูกล้อมอยู่นานจนอดอาหาร
โดยขอกลับไปฝรั่งเศส  
แต่กักตัวพวกบาทหลวงและพวกพ่อค้าไว้เป็นตัวประกันจนกว่าคณะทูตไทยจะกลับจากฝรั่งเศสจึงจะปล่อยตัวไป
ส่วนพวกฝรั่งเศสที่เมืองมะริดก็ให้กลับไปเช่นเดียวกัน

                                ในอยุธยาเหลือแต่พวกฮอลันดาเท่านั้น  พวกฝรั่งเศสกลับไปหมดแล้ว

                                คณะทูตไทยที่ไปฝรั่งเศสครั้งสุดท้ายนั้นได้เข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่
 14  และเข้าเฝ้าโป๊ปที่กรุงโรม ด้วย 
รัฐบาลฝรั่งเศสส่งคณะทูตกลับมาที่เมืองมะริดและประสงค์จะทำการค้ากับไทยต่อไป

                                และเมื่อหมดวิชเยนทรแล้ว
พวกอังกฤษหันกลับมาคืนดีค้าขายกับไทยอีกครั้ง

                                ตามสูตรเดิมของการแย่งชิงบัลลังก์ก็คือ
ต้องมีฝ่ายที่ไม่ยอมจำนนง่าย ๆ

                                เมื่อพระเพทราชาขึ้นครองราชย์แล้ว  ขุนหลวงสรศักดิ์ได้เป็นพระมหาอุปราช 

เจ้าเมืองโคราช
และนครศรีธรรมราช ตั้งแข็งเมือง ต้องปราบปรามอยู่หลายปี

                                ชาวมอญชื่อธรรมเถียร
ปลอมตัวเป็นเจ้าฟ้าอภัยทศ 
มีคนเข้าเป็นพรรคพวกมาก เข้ามาปล้น
ถึงชานเมืองอยุธยา  แต่ก็ถูกปราบพ่ายแพ้ไป

                                ฆ่าข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ถูกสงสัยไปอีกหลายคน

                                พ.ศ. 2246  พระเพทราชาสวรรคต 

                                พระเพทราชามีพระราชโอรสชื่อเจ้าฟ้าพระขวัญ  แต่บุญไม่ถึงถูกพระมหาอุปราชปลงพระชนม์เสียก่อน 
เหมือนกับตอนที่ชำระพระปีย์และวิชเยนทรปลายสมัยพระนารายณ์

พระมหาอุปราชหรือขุนหลวงสรศักดิ์ได้ขึ้นครองราชย์
ได้ชื่อว่าพระเจ้าเสือ

 

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s