การใช้กุศโลบายในการทำงาน

เรื่อง  กุศโลบายกับการปฏิบัติราชการงานปกครอง

คำนำ                                                                     

                                คนเราเกิดมามีพรสวรรค์ทุกคน 
พรสวรรค์ไม่ได้มาจากใครให้มาแต่ต้องค้นหาด้วยตัวเอง และชอบสิ่งนั้นเป็นปฐม
สั่งสมประสบการณ์จากน้อยไปหามาก หลากหลายสถานที่ และห้วงเวลา
ภาษาวิชาการบอกว่าคนเรามีสมรรถนะ สมรรถนะภายนอกเกิดจากการเรียนรู้
ความสามารถทักษะและทัศนคติ แต่สมรรถนะภายใน เกิดจากบทบาทและสถานภาพทางสังคม
ภาพลักษณ์ภายในตัวเอง ประเพณีตลอดจนวัฒนธรรมที่ยึดถือ และแรงจูงใจ
ทั้งสมรรถนะภายนอกและสมรรถนะภายใน จะแสดงออกเชิงพฤติกรรมของบุคคลแต่ละคน
และเห็นผลในรูปแบบของการปฏิบัติงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์
คนเราจึงมีผลงานที่ไม่เท่ากันเพราะสมรรถนะแตกต่างกัน ในงานปกครอง มีระเบียบกฎหมาย
ให้ข้าราชการยึดถือปฏิบัติมากมาย
ระเบียบเป็นสิ่งที่กำหนดให้เกิดการกระทำตามรูปแบบหรือแบบแผน
บางครั้งระเบียบก็เป็นปัญหาหรืออุปสรรคในการปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล
การปฏิบัติงานราชการของฝ่ายปกครองจึงจำเป็นต้องใช้บุคคลที่มีสมรรถนะโดยเฉพาะที่แตกต่างกับข้าราชการฝ่ายอื่นๆ
โดยเฉพาะบุคคลในระดับสูง ระดับผู้นำ  ปลัดอำเภอ
  นายอำเภอ จึงจำเป็นต้องมีกุศโลบายในการปฏิบัติงาน  มิใช่ยึดถือปฏิบัติงานตามระเบียบ กฎหมาย
แบบเก่า ๆ อีกต่อไป   กุศโลบาย เป็นคำสองคำนำมารวมกัน
คำแรกคือ  กุศล หมายถึง ความดี คำที่สอง
คือ อุบาย หมายถึง กลวิธีหรือยุทธวิธี   กุศโลบาย
จึงเป็นวิธีการที่ต้องใช้เล่ห์กลเป็นมรรควิธีเพื่อให้งานประสบความสำเร็จโดยมีพื้นฐานตั้งอยู่บนภูมิปัญญาแห่งธรรม
คนที่มี      
กุศโลบายในการปฏิบัติงานจึงได้เปรียบเชิงกลกว่าคนอื่นและถือเป็นพรสวรรค์ติดตัวบุคคลคนนั้น

                                มีคำกล่าวของพระภิกษุท่านหนึ่ง
ข้าพเจ้าจำไม่ได้ว่าชื่ออะไร กล่าวไว้ว่า

                                                เอารอยยิ้มมาล้างใบหน้า

                                                เอามธุรสวาจามาล้างปาก

                                                เอาความยากลำบากมาล้ายความยากจน

                                               
เอากิเสศของคนหลายคนมาล้างกิเสศของเรา

                                                เอาคำสอนพระพุทธเจ้ามาถือปฏิบัติ

                                ศาสดาของชาวพุทธคือพระพุทธเจ้า
คำสอนของศาสนาพุทธตั้งอยู่บนหลักการของเหตุผลตั้งแต่เกิดจนตาย  คำสอนทั้งหลายมีกุศโลบายทั้งสิ้น  และสอนให้คนถือปฏิบัติแบบค่อยเป็นค่อยไป
ต้องมีการฝึกฝน ต้องใช้ความอดทนอดกลั้น ปลัดอำเภอ นายอำเภอ ต้องใช้ใบหน้า
และต้องใช้ปากในการทำงาน ต้องยิ้ม ต้องพูด ต้องใช้ความยากลำบากเข้าแลกและต้องไม่เกิดกิเลศในสิ่งที่ได้พบได้เห็นและสิ่งที่เข้าไปเกี่ยวข้อง

                                งานของปลัดอำเภอ
นายอำเภอ เกี่ยวข้องอยู่กับพันธกิจหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปกครองท้องที่
งานป้องกัน  งานเกี่ยวกับคดีความ
งานด้านสาธารณสุข การคมนาคมไปมา การป่าไม้ การทำนา การค้าขาย  การศึกษา การจัดเก็บภาษี รวมถึงงานอื่นๆ
ที่ไม่มีหน่วยงานอื่นใดเข้ามารับผิดชอบโดยตรง นายอำเภอต้อง
รับผิดชอบในเบื้องต้น
พันธกิจในปัจจุบันของงานปกครองมีรูปแบบเฉพาะมากขึ้นเนื่องจากมีการยกกระทรวงและกรมใหม่
แต่วิวัฒนาการของการให้บริการสาธารณะก็มีมากขึ้นเช่นเดียวกัน
รูปแบบของนายอำเภอในการปฏิบัติงานจึงปรับตัวตามไปด้วยการใช้กุศโลบายในการทำงานจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง

กุศโลบายกับการปฏิบัติราชการงานปกครอง
: หลากหลายประสบการณ์อันล้ำค่า

                                ข้าพเจ้าเกิดที่จังหวัดกรุงเทพฯ  เมื่อ พ.ศ. 2503 เติบโตที่กรุงเทพ ฯ
เรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ แต่พ่อแม่เป็นคนบ้านนอก อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด
ท่านเล่าให้ฟังว่าเข้ามาอยู่เมืองหลวงเพื่อมาหางานทำ ดีกว่าอยู่ทำนาที่บ้านนอก
ฐานะครอบครัวยากจน ปู่ ย่า ตา ยาย แต่ละท่านมีลูกมากจึงยากจน
ข้าพเจ้าเคยเป็นเด็กวัด อาศัยข้าวก้นบาตรอยู่หลายปี
เมื่อเรียนจบปริญญาตรีทางรัฐศาสตร์ พ.ศ. 2525 จุดมุ่งหมายคือหางานทำ
ไม่มีงานอะไรให้ทำเพราะยังไม่ได้เกณฑ์ทหาร ไม่มีใครรับเข้าทำงาน
จึงต้องไปเกณฑ์ทหารก่อน ถ้าจะจับสลากก็กลัวถูกทหาร 1 ปี คิดแล้วสมัครเอาเลยดีกว่าเพราะเป็นทหารเพียง
6 เดือน เขาให้เลือกว่าจะเป็นทหารอะไร
ข้าพเจ้าเลือกทหารอากาศเพราะว่าไม่น่าจะฝึกหนัก
แต่ที่ไหนได้ข้าพเจ้าอยู่เหล่าราบอากาศโยธิน พัน 1 รักษาพระองค์ เขาจับไปฝึก 5
เดือน ถามเพื่อน ๆ ดูแล้วถ้าเป็นทหารบกเข้าฝึกเพียง 3 เดือน
แต่ที่ดีก็คือเราได้ประสบการณ์ชีวิตได้เพื่อนมากทั้งที่มีการศึกษาและไม่ได้เรียนอะไรเลย
รู้จักระเบียบวินัย  จริง ๆ
แล้วก็รู้มาตั้งแต่อยู่วัดเพราะหลวงพ่อท่านปฏิบัติเคร่งครัดอยู่พอสมควร

                                พ.ศ. 2527  สอบเข้ามาเป็นปลัดอำเภอ
บรรจุเข้ารับราชการที่อำเภอสุวรรณภูมิ  จังหวัดร้อยเอ็ด
นายอำเภอท่านมอบงานธุรการให้ทำควบคู่กับงานปกครอง สมัยก่อนนั้นเครื่องมือในการทำงานมีน้อย
ต้องอาศัยเครื่องมือของสุขาภิบาลกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด  พิมพ์ดีดและเครื่องโรเนียวเก่าและชำรุดทรุดโทรมมาก
  มีรถยนต์ ของนายอำเภอ
1 คัน  รถจักรยานยนต์แมวป่ายามาฮา เอร้อย 1
คัน สภาพสุดจะโทรม   ข้าพเจ้าทำหนังสือราชการด้วยการเขียนลงบนกระดาษ  ไม่ได้ใช้พิมพ์ดีด ท่านนายอำเภอก็บอกว่าใช้ได้เหมือนกับการพิมพ์ด้วยพิมพ์ดีด
แต่ถ้าทำสำเนาหลายๆ ฉบับจะเกิดปัญหา เครื่องถ่ายเอกสารก็มีแต่ของเอกชน
ราคาค่าบริการก็แพง ฉบับละ 2 บาท เงินหลวงไม่มี ก็จำเป็นต้องใช้พิมพ์ดีดและโรเนียว
 หนังสือที่ได้ตัวหนังสือกระโดดไปกระโดดมาไม่ตรงบรรทัด  สีดำเปรอะเปื้อนไม่งามตา ทั้ง ๆที่พยายามทำอย่างดี
สุดฝีมือแล้ว เวลาจะไปส่งหนังสือก็มีปัญหาอีก ไม่มีพาหนะ
หน่วยงานแต่และแห่งก็อยู่ไกลกัน โทรศัพท์หรือโทรสารก็ไม่มี  ถ้าไม่มีกุศโลบายในงานธุรการคงจะลำบากมาก
ข้าพเจ้าขอให้สุขาภิบาลซื้อวิทยุมือถือให้ 1 เครื่อง
พอให้ได้ติดต่อประสานกับหน่วยงานอื่น ๆ เวลานัดประชุมก็ไม่ต้องทำหนังสือไปส่งให้เสียเวลาและน้ำมันเชื้อเพลิง
ให้วิทยุบอกกันไปเลย   แต่หนังสือจะตามไปภายหลัง
ทำอย่างนี้ได้ทั้งงานได้ทั้งมนุษยสัมพันธ์

                                สมัยก่อนอำเภอสุวรรณภูมิ
มีธนาคารของรัฐ 2 แห่ง คือ กรุงไทย และ ออมสิน
นโยบายของรัฐให้ฝากเงินหลวงกับธนาคารกรุงไทย ข้าพเจ้าเสนอนายอำเภอว่า
ถ้าใช้บริการของกรุงไทย แห่งเดียว การบริการจะช้า เพราะราษฎรไปใช้บริการมาก  ข้าราชการก็มาก
ถ้าจะให้รวดเร็วนำเงินไปฝากธนาคารออมสินส่วนหนึ่งก็ได้ เช่น
เอาเงินค่าตอบแทนกำนัน
ผู้ใหญ่บ้าน ฯ ไปฝากออมสิน ส่วนเงินเดือนข้าราชการฝากที่ธนาคารกรุงไทย
ถ้าทำอย่างนี้เวลาไปเบิกเงินสดจากจังหวัด  ธนาคารออมสินจะมีบริการพาหนะพร้อมคนขับ
ไม่ต้องลำบากใช้รถยนต์ประจำตำแหน่งนายอำเภอเหมือนดังแต่เก่าก่อน
ธนาคารกรุงไทยก็มิได้น้อยใจเนื่องจากยอดเงินฝากลดลงแต่อย่างใด
เพราะมันเป็นเงินผ่านบัญชี   กุศโลบายนี้ได้ผล  นายอำเภอเห็นชอบด้วย
มอบให้เสมียนตราอำเภอดำเนินการต่อไป
ทำให้ประหยัดเงินงบประมาณค่าน้ำมันเชื้อเพลิงของรัฐ
และอำเภอได้รับบริการหลากหลายมากขึ้น

                                นายอำเภอท่านชอบออกพื้นที่และมักจะหนีบปลัดน้อยไปด้วย
ข้าพเจ้าเคยออกพื้นที่กับท่านนายอำเภอ แต่ข้าพเจ้าขับรถยนต์ไม่เป็น
นายอำเภอเป็นพนักงานขับรถยนต์ให้ เรานั่งสบาย ผู้บังคับบัญชา ระดัง 7
ขับรถยนต์ให้นั่ง นายอำเภอท่านชอบบันทึกการปฏิบัติงานหรือบันทึกการนัดหมายงาน
ลงบนปฏิทินฉบับใหญ่ ๆ เท่าหนังสือพิมพ์ แล้วเก็บไว้ตลอดทั้งปีทุกปี
สมัยนั้นมีการประกวดผลงานอำเภอดีเด่น แบ่งระดับอำเภอเป็นชั้น ๆ อำเภอใดจะเข้าประกวดต้องส่งผลงานเป็นเอกสารให้จังหวัดส่งต่อไปกรมการปกครอง
นายอำเภอท่านมอบให้ข้าพเจ้าเขียนผลงานของอำเภอ
โดยโยนปฏิทินมาให้ข้าพเจ้าไปเรียบเรียง    การทำงานของข้าพเจ้าเป็นไปอย่างง่ายดาย
เพราะมองเห็นภาพการทำงานของนายอำเภอผ่านปฏิทินฉบับนั้นตลอดทั้งปี
สามารถจินตนาการภาพได้   ง่ายกว่าการที่จะมาเปิดสมุดบันทึกครั้งละหน้า  กุศโลบายอย่างนี้เรียกว่า จินตะ มะยะ ปัญญา

ข้อความนี้ถูกเขียนใน สุขภาพและความสุขสมบูรณ์ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s