สงคราม

ตอนที่ 39

บทเสริมตอนที่  7(1)

กษัตริย์อยุธยาตอนต้น

เมื่อครั้งสุโขทัยเป็นราชธานี  อยุธยาเปรียบเสมือนคนละประเทศ 

                                ราชธานีกรุงศรีอยุธยาก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 1893 โดยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือ พระเจ้าอู่ทอง ซึ่งเป็นปฐมราชวงศ์อู่ทองหรือละโว้ ตรงกับสมัยพระเจ้าลิไท ของอาณาจักรสุโขทัย ซึ่งเป็นราชวงศ์พระร่วง (อยู่คนละประเทศ )

                                พระเจ้าอู่ทองครองราชย์ตั้งแต่ พ.ศ. 1893 1912  รวมระยะเวลา 20 ปี  มีพระมเหสี ซึ่งเป็นพระขนิษฐาของขุนหลวงพระงั่ว ซึ่งอยู่ในราชวงศ์สุพรรณภูมิ   เมื่อพระเจ้าอู่ทองสวรรคต กษัตริย์องค์ต่อมาเป็นพระราชโอรส พระนามว่า พระราเมศวร  ครองราชย์อยู่ไม่ถึงหนึ่งปี ก็ถูกขุนหลวงพระงั่ว เข้ายึดอำนาจ  ขุนหลวงพระงั่วครองราชย์อยู่นานประมาณ 18 ปี จนถึง พ.ศ. 1931

                                เมื่อ พ.ศ. 1921 พระบรมราชาธิราชที่ 1  หรือ ขุนหลวงพระงั่ว ได้ทำสงครามชนะหัวเมืองทางเหนือ ทำให้หัวเมืองทางเหนือตกเป็นประเทศราชขึ้นกับอยุธยาอาณาจักรสุโขทัยค่อย ๆ ซบเซาลง โดยมีพระเจ้าลือไทเป็นกษัตริย์

                                พ.ศ. 1931 ขุนหลวงพระงั่วสวรรคต  พระเจ้าทองลันซึ่งเป็นราชโอรสขึ้นครองราชย์ แต่อยู่ได้ 7 วัน พระราเมศวร กลับมายึดอำนาจคืนแล้วขึ้นครองราชย์เป็นครั้งที่สอง จนถึง พ.ศ. 1938 เมื่อพระองค์สวรรคต พระรามราชาธิราช  ราชโอรสก็ขึ้นครองราชย์แทนสืบต่อมาจนถึง พ.ศ. 1952  ในขณะที่อาณาจักรสุโขทัยมีพระเจ้าไสลือไท เป็นกษัตริย์

                                พ.ศ. 1952 พระอินทราชาธิราช ซึ่งเป็นพระราชนัดดาของขุนหลวงพระงั่วยกกองทัพจากสุพรรณบุรี มายึดอำนาจคืนจากพระรามราชาธิราช  แล้วครองอยุธยา โดยให้พระรามราชาธิราชไปครองเมืองปทาคูจาม ซึ่งนับแต่นั้นมาราชวงศ์อู่ทองก็หายสาบสูญไปเลย ปล่อยให้ราชวงศ์สุพรรณภูมิครองอยุธยาต่อมา  ในขณะที่อาณาจักรสุโขทัยก็เสื่อมลงโดยมีพระเจ้าบรมปาล ครองราชย์อยู่จนถึง พ.ศ. 1981 จึงสิ้นยุคสุโขทัย เข้ามารวมกับอยุธยาแห่งราชอาณาจักรไทยแห่งเดียวในสมัยสมเด็จพระเจ้าสามพระยา

                                และหลังจากเสียกรุงศรีอยุธยาแก่พม่าก็หมดราชวงศ์สุพรรณภูมิ เปิดโอกาสให้ราชวงศ์สุโขทัย (หรือราชวงศ์พระร่วง)โดยพระมหาธรรมราชาครอบครองกรุงศรีอยุธยาภายใต้การปกครองแบบประเทศราชของพม่า

                                สรุปแล้วในตอนต้นกรุงศรีอยุธยานั้นมีกษัตริย์ครอบครองอาณาจักรอยู่ 3 ราชวงศ์  คือราชวงศ์อู่ทอง หรือละโว้   ราชวงศ์สุพรรณภูมิ  และราชวงศ์สุโขทัย หรือพระร่วง  ดังนี้

1         สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง หรือสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1

2         สมเด็จพระราเมศวร (สมัยที่ 1)

3         ขุนหลวงพระงั่ว หรือสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1

4         พระเจ้าทองลัน

5         สมเด็จพระราเมศวร (สมัยที่ 2)

6         สมเด็จพระรามราชาธิราช

7         สมเด็จพระอินทราชาธิราช

8         สมเด็จพระเจ้าสามพระยา หรือ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2

9         สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ

10     สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 3

11     สมเด็จพระเชษฐาธิราช หรือสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2

12     สมเด็จพระบรมราชหน่อพุทธังกูร หรือสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 4

13     พระรัฏฐาธิราชกุมาร

14     สมเด็จพระไชยราชาธิราช

15     พระยอดฟ้า

16     ขุนวรวงษาธิราช

17     สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์

18     สมเด็จพระมหินทราธิราช

                                 หากย้อนกลับไปดูการทำสงครามกันแล้ว  คนไทยรบกับคนไทยกันเองมาตั้งแต่ต้นกรุงศรีอยุธยา  โดยการแย่งชิงอำนาจของราชวงศ์อู่ทองหรือละโว้ กับราชวงศ์สุพรรณภูมิ ผลัดกันแพ้ชนะและครองอยุธยาราชวงศ์ละ 2 ครั้ง

                                ราชวงศ์อู่ทองมาหมดสิ้นไปเนื่องจากพระอิทราชาธิราช แห่งราชวงศ์สุพรรณภูมิ แบ่งให้พระรามราชาธิราช แห่งราชวงศ์อู่ทองไปครองเมืองปทาคูจาม  ภาษาทางการเมืองเรียกว่าแบ่งแยกแล้วปกครอง ญาติพี่น้องจะได้ไม่ต้องมาฆ่าฟันกันเอง

                                 และเป็นเช่นเดียวกันสำหรับกรณีขุนหลวงพระงั่ว  ที่สามารถรบชนะไทยด้วยกันเอง ตีหัวเมืองทางเหนือรวบเอามาอยู่กับอยุธยา  ทำให้อาณาจักรสุโขทัยนั้นเสื่อมลงจนหมดเชื้อสายเจ้าเมืองแล้วสมเด็จพระเจ้าสามพระยา จึงให้เมืองพิษณุโลก เป็นราชธานีของหัวเมืองทางเหนือ แล้วแต่งตั้งสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ซึ่งเป็นราชโอรส ไปเป็นพระมหาอุปราชครองเมืองพิษณุโลก  รวมหัวเมืองเหนือกับอยุธยาเป็นอาณาจักรเดียวกัน ( แต่ชาวบ้านชาวเมืองก็ยังถือว่าเป็นคนละวงศ์ตระกูลกันอยู่นั่นเอง )

                                ราชวงศ์สุพรรณภูมิถูกท้าทายอำนาจจากราชวงศ์สุโขทัย(พระร่วง)  เมื่อสิ้นสมัยพระไชยราชาธิราช  กรณีท้าวศรีสุดาจันทร์ ( เป็นสตรีเชื้อสายอยู่ในราชวงศ์พระร่วง) ที่กล่าวไปแล้วตั้งแต่ตอนต้น ๆ  ทั้งนี้เป็นเพราะชาวบ้านยังคงคิดว่าอยุธยาและสุโขทัยเป็นคนละประเทศ  เมื่อชาวบ้านยังคิดไฉนเลยพวกเจ้านายจะไม่คิด  สบโอกาสเป็นต้องแย่งชิงอำนาจกันวันยังค่ำ  

                                แล้วทำไมขุนวรวงษาธิราช ซึ่งได้เป็นกษัตริย์อยุธยาอยู่นานถึง 42 วัน จึงไม่มีคนยกย่องให้เป็นกษัตริย์อยุธยาด้วย  รู้สึกว่าจะถูกตัดออกจากสารบบไปเลย  แต่ถ้าวิเคราะห์กันตามจริงแล้ว ยังปกครองอยุธยามากกว่าพระเจ้าทองลันเสียอีก เพราะพระเจ้าทองลันอยู่ครองราชย์ได้เพียง 7 วันเท่านั้น  ส่วนพระรัษฎาธิราชกุมาร เป็นเด็กอายุไม่กี่ปี ก็ครองราชย์อยู่ได้เพียง 4 เดือน  ทั้งสองพระองค์ก็ยังถูกนับเป็นกษัตริย์อยุธยา

                                อย่างไรก็ตามประวัติศาสตร์ไทยสมัยอยุธยาตอนต้น มีกษัตริย์เพียง 17 พระองค์ โดยตัดขุนวรวงษาธิราช ออกไปจากสารบบตลอดกาล

ข้อมูลจาก http://thaimisc.pukpik.com/freewebboard/php/vreply.php?user=shalawan&topic=2047&page=3
แต่เมืองานฉลองครองราชสมบัติครบ 60 ปี เดือนมิถุนายน 2549 มีพิธีหนึ่งจัดที่พระที่นั่งอนันตสมาคม พราหม์ได้ท่องคาถาโดยตอนหนึ่งได้ร่ายรายนามพระมหากษัตริย์ไทย ตั้งแต่กรุงสุโขทัย เป็นราชธานี มีรายพระนามหนึ่งในยุคกรุงศรีอยุธยา ที่พราหมได้ร่ายคือ "ขุนวรวงศาธิราชเจ้า" การร่ายพระนาม "ขุนวรวงศาธิราชเจ้า" พระองค์นี้ เป็นการยืนยันว่าทางพราหมณ์ รับรองแล้วว่าพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์หนึ่งของสยาม

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s