สงคราม

ตอนที่ 40

เกร็ดประวัติศาสตร์ในสมัยอยุธยา

                               

คนไทยเรายกย่องกษัตริย์เป็นมหาราชอยู่หลายพระองค์

                                เมื่อครั้งสุโขทัยเป็นราชธานี  ได้ยกย่องพ่อขุนรามคำแหง เป็นมหาราช ในสมัยอยุธยาตอนต้น
ได้ยกย่องสมเด็จพระนเรศวร เป็นมหาราช 
ส่วนในสมัยอยุธยาตอนหลัง ได้ยกย่องสมเด็จพระนารายณ์ เป็นมหาราช

                                เราได้พูดถึงสงครามไทยกับพม่าในสมัยอยุธยามาตลอดแล้ว  คราวนี้มาดูเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของประวัติศาสตร์ดูบ้าง

                                หลายคนคงทราบกันแล้วว่าสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
มีพระชายา คือ ท้าวมณีจันทร์ ซึ่งเป็นพระบรมวงศ์ชั้นผู้ใหญ่และมีบทบาทสำคัญในสมัยพระเอกาทศรถด้วย  แต่พระองค์ไม่มีโอรสและธิดา
  ส่วนพระชายาอีกพระองค์หนึ่งก็คือธิดาของเจ้าเมืองเชียงใหม่
(มังนรธาช่อ ) ซึ่งถวายตัวให้กับพระนเรศวรเมื่อคราวเข้ามาสวามิภักดิ์ เมื่อ พ.ศ.
2139

                                ย้อนความไปเมื่อ พ.ศ.
2138  พระนเรศวรยกทัพไปตีเมืองหงสาวดีเป็นการแก้แค้น
ล้อมเมืองหงสาวดีไว้นานสามเดือน พม่าระดมพลจากเมืองแปร  ตองอู และอังวะมาช่วย  จึงต้องยกทัพกลับพร้อมทั้ง
กวาดต้อนเชลยเพื่อตัดกำลังพม่าไม่ให้มีโอกาสมารุกรานไทยได้อีก

                                พม่าในยุคนี้อ่อนกำลังลง
พระหน่อแก้วลูกพระเจ้าไชยเชษฐาเมืองลาวก็แข็งเมืองต่อพม่าโดยรวบรวมกำลังพลพวกล้านช้างกลับเมืองลาวหลังจากถูกพม่ากวาดต้อนไปหลายต่อหลายครั้งในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐา  แต่ต้องผ่านเมืองเชียงใหม่   พระเจ้าเชียงใหม่
(มังนรธาช่อ) ถ้าจะแข็งเมืองต่อพม่าก็กลัวถูกปราบปราม  ถ้าจะอยู่เฉย ๆ เดี๋ยวก็ถูกพระหน่อแก้วพวกลาวมาเบียดเบียน  ตัวเองเป็นพม่า เป็นน้องพระเจ้านันทบุเรง ไม่มีเชื้อเจ้านายของเชียงใหม่  จึงตัดสินใจเข้ามาสวามิภักดิ์ต่อพระนเรศวรเพื่อขอกำลังไปป้องกันเมืองเชียงใหม่  การแสดงความสวามิภักดิ์ก็ต้องถวายพระธิดามาเป็นพระชายาของพระนเรศวรด้วย  พระนเรศวรจึงให้กองทัพไทยไปช่วยห้ามไม่ให้พวกลาวมายุ่งกับเมืองเชียงใหม่  พวกลาวเกรงกลัวบารมีก็ถอยกลับไป  แต่พระชายาพระองค์นี้ก็ไม่มีโอรสและธิดาอีกเช่นเดียวกัน 
ฉะนั้นเมื่อพระนเรศวรสวรรคตราชบัลลังก์จึงตกแก่พระเอกาทศรถ

                                ในสมัยพระเอกาทศรถนั้น
มีการคบค้าสมาคมกับฝรั่งมากขึ้น (และยิ่งมีมากขึ้นในสมัยพระนารายณ์)  ความเป็นชาตินิยมมีมาก
ถือเอาความเข้มข้นของเลือดเป็นหลักโดยเฉพาะในพระราชวงศ์ โดยถือเปรียบเทียบว่าพวกเลือดเข้มข้นต้องเป็นพวกเลือดสีน้ำเงิน
มีกฎหมายใช้บังคับว่าใครไปแต่งงานกับพวกฝรั่งถือว่าเลือดไม่เข้มข้นมีโทษถึงตาย
ถือว่าเป็นเสี้ยนหนามแผ่นดิน เอาใจไปเผื่อแผ่ศัตรู
ต้องถูกฟันคอริบเรือนหรือเบาลงมาหน่อยคือ จำใส่ตรุไว้จนกว่าจะตาย

                                ขุนหลวงสรศักดิ์ยังเคยคิดหลงใหลภรรยาฝรั่งของ
คอนสแตนติน ฟัลคอน หรือเจ้าพระยาวิชเยนธ์ ปลายรัชสมัยพระนารายณ์ 
หลังจากประหารสามีของเธอไปแล้ว

                                ในสมัยพระเจ้าตากสิน
ใครไปแต่งงานกับฝรั่งก็มีโทษถึงสิ้นชีวิต

                                ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นฝรั่งยิ่งเพิ่มบทบาทในสังคมไทยมากขึ้นไปอีก
เคยมีการแต่งงานระหว่างข้าราชการไทย คือพระปรีชากลการกับแฟนนี่ น็อกซ์ ( ธิดาของโทมัส
ยอร์ช น็อกซ์ กงสุลอังกฤษประจำประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 กับภรรยาคนไทย ชื่อปราง
) ในปี พ.ศ. 2421 
สมัยนั้นมีความขัดแย้งระหว่างวังหลวงกับวังหน้า
รวมถึงลัทธิล่าอาณานิคมของอังกฤษด้วย 
การแต่งงานครั้งนั้นกลายเป็นโศกนาฏกรรมจบด้วยการประหารชีวิตพระปรีชากลการ
ใน พ.ศ. 2422

                                การแต่งงานระหว่างไทยกับฝรั่งที่ถือเป็นเรื่องเศร้าเล็ก
ๆ ยังมีอีกกรณีหนึ่ง คือระหว่างหม่อมคัทริน เดสนิตสะกี้ ผู้หญิงชาวรัสเซีย
กับจอมพลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ  ปลายรัชสมัยรัชกาลที่ 5 ต่อต้นรัชกาลที่ 6
โดยจบลงด้วยการลาออกจากราชสำนักกลับรัสเซียถิ่นฐานเดิม
โดยอยู่ในฐานะหม่อมห้ามของพระราชโอรสในกษัตริย์ไทยถึง 13 ปี

                                กะว่าจะเล่าเฉพาะเกร็ดของอยุธยา
แต่ดันเลยมาถึงธนบุรีและกรุงเทพ

                                ตอนหน้าวกกลับไปอยุธยาใหม่ก็แล้วกัน

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s