สงคราม

ตอนที่ 46

นายพลเดส์ฟาร์จ

                                มาดามฟอลคอนหนีไปบางกอกได้นั้น น่าจะเป็นช่วงที่ทหารฝรั่งเศสยอมทำสัญญากับไทย
และกำลังจะนำทหารออกนอกราชอาณาจักรสยาม
เมื่อปลายปี พ.ศ. 2231  เนื่องจากมีเรื่องของมาดามฟอลคอนปรากฏในบันทึกของนายพลเดส์ฟาร์จ
ผู้บังคับบัญชาสูงที่สุดของทหารฝรั่งเศส

                                บันทึกของนายพลเดส์ฟาร์จ
พิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2233 ที่เมืองอัมสเตอร์ดาม
ประเทศฮอลันดาเหตุที่หนังสือของชาวฝรั่งเศสไปพิมพ์ที่ฮอลันดา
เป็นเพราะว่าเรือของนายพลเดส์ฟาร์จถูกพวกฮอลันดายึดได้ก่อนเข้าฝรั่งเศส  ส่วนตัวนายพลเดส์ฟาร์จตายบนเรือแถว ๆ แหลม
good
hope ปลายสุดของทวีปอัฟริกา

                                ในบันทึกฉบับนี้เป็นเรียงความฉบับสั้น
 และน่าจะเป็นการเขียนบนเรือหลังออกจากอาณาจักรสยามไปแล้ว 
นายพลเดส์ฟาร์จเริ่มบันทึกด้วยความน้อยใจปนไปด้วยความเกลียดชังประเทศไทยซึ่งขับไล่พวกทหารฝรั่งเศสที่เพิ่งจะเข้ามาอยู่ได้เพียง
1 ปี โดยบอกจุดประสงค์ว่าบันทึกนี้เป็นการเล่าเรื่อง ราวการล้มล้างบัลลังก์พระนารายณ์  การสังหารน้องพระนารายณ์ 2 พระองค์  บุตรบุญธรรมอีก 1 พระองค์ การสังหารฟอลคอน
และการจำคุกขุนนางหลายคน
  และเริ่มบรรยายบุคลิกลักษณะของตัวบุคคลโดยเห็นว่าพระนารายณ์นั้นเป็นผู้มีบารมีแต่ชอบคบค้าสมาคมกับพวกต่างชาติมากกว่าพวกไพร่ฟ้าราษฎร
ส่วนอนุชา   2
พระองค์นั้นองค์ใหญ่ชอบอยู่สันโดษ 
องค์เล็กแกล้งเป็นใบ้ ทั้งสองรักใคร่กันดีแต่พระมหากษัตริย์ไม่ชอบ   พระนารายณ์มีธิดาองค์หนึ่งแต่ไม่ค่อยได้มายุ่งเกี่ยวกับงานราชสำนักและเกลียดฟอลคอนมาก  มีพระปีย์เป็นบุตรบุญธรรมและรักใคร่มากเป็นพิเศษ  ส่วนขุนนางที่ทรงอำนาจกว่าคนอื่นคือพระเพทราชา
เป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดินและมีความน่าเชื่อถือมาก  สามารถดำเนินนโยบายได้แยบยล  แต่ฟอลคอนก็พยายามที่จะลดอำนาจของพระเพทราชาลงเพื่อสร้างความเชื่อถือให้กับตนเอง  ฟอลคอนใกล้ชิดกับพระมหากษัตริย์มากเนื่องจากเป็นคนเดียวที่จะติดต่อกับต่างชาติได้แต่มีข้อเสียคือขาดความเที่ยงตรงและจริงใจ
มีความทะเยอทะยานมากเกินไป ละเอียดอ่อนเกินไปในบางเรื่อง
จับผิดคนที่คิดว่าเป็นปรปักษ์

                                นายพลเดส์ฟาร์จมีทหารเพียง
200 คน ส่วน เดอ บรูออง ไปประจำที่มะริด พร้อมทหารสัญญาบัตรฝีมือดีอีก 3
คน  นอกจากนี้มีทหาร 35
คนไปประจำเรือหลวงสำหรับปราบโจรสลัดตามความคิดเห็นของฟอลคอน  ที่เหลือก็มีพวกเจ็บป่วย
ส่วนป้อมขนาดใหญ่ก็เพิ่งลงมือสร้าง

                                ในเดือนมีนาคม
พ.ศ. 2231 พระนารายณ์ประชวนมาก ไม่ออกว่าราชการ พระปีย์เริ่มหาพวก
พระเพทราชาก็วางแผนซ่องสุมกำลังคนอยู่ตามวัดต่าง ๆ ในเมืองละโว้มานานแล้วโดยทำทีท่าว่ารักความสงบ
ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการสืบทอดอำนาจราชบัลลังก์ 
เพราะรู้ว่าฟอลคอนกำลังหาทางกำจัดตนเองเช่นเดียวกัน 
พระเพทราชาปล่อยข่าวลือว่าพวกฝรั่งเศสเข้ามาเพื่อทำลายราชวงศ์
ศาสนาและประเพณีต่าง ๆ โดยมีพระปีย์กับฟอลคอนเป็นผู้วางแผน

                                ฟอลคอนอยู่เฉยไม่ได้
ในกลางเดือนเมษายน จึงขอให้นายพลเดส์ฟาร์จพร้อมทหารจำนวนหนึ่งขึ้นไปพบที่ลพบุรี  นายพลเดส์ฟาร์จพร้อมทหาร 70 คนจึงเดินทางไปลพบุรี
เมื่อเกือบจะถึงอยุธยา ถนนทางเข้าเมืองถูกปิดและมีข่าวลือว่าพระนารายณ์สวรรคตแล้วและฟอลคอนถูกจับกุม
ส่วนพวกฝรั่งเศสที่บางกอกก็กำลังจะถูกปราบปรามด้วย 
แต่นายพลเดส์ฟาร์จไม่เชื่อจึงเขียนจดหมายถึงฟอลคอน
ขอให้ลงมาพบกันที่อยุธยาเพื่อไปเข้าเฝ้าพระอนุชา อันจะเป็นการลดกระแสข่าวที่ไม่เป็นผลดีกับฝรั่งเศส
แต่ฟอลคอนไม่ลงมาพบ นายพลเดส์ฟาร์จจึงกลับบางกอก  
และมาทราบภายหลังว่าขณะนั้นพระเพทราชายึดอำนาจที่ลพบุรีได้แล้วด้วยกำลังพลประมาณ
3,000 คน

                                เมื่อพระเพทราชาเห็นว่านายพลเดส์ฟาร์จกลับไปแล้วจึงเริ่มลวงให้พระอนุชาและพระธิดาเดินทางมาที่ลพบุรีเพื่อรวบอำนาจและไม่ให้ฝรั่งเศสไปเข้าข้างหรือช่วยเหลือ 
โดยอ้างว่าพระนารายณ์เรียกเข้าเฝ้าเพื่อจะมอบราชบัลลังก์ให้โดยไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องพระปีย์

                                ในที่สุดพระอนุชาและพระธิดาก็เดินทางไปลพบุรี
พระเพทราชาออกมาถวายการต้อนรับ         มีเพียงพระปีย์และฟอลคอนที่ไม่มา  ภายหลังฟอลคอนมาเข้าเฝ้าพระอนุชาก็ไม่ออกต้อนรับ  ช่วงที่คอยให้พระนารายณ์สวรรคตนี้ พระเพทราชาเปรียบเสมือนผู้จัดการรับรองว่าพระอนุชาจะได้เป็นผู้สืบทอดบัลลังก์หากพระปีย์ต่อต้านก็จะใช้อำนาจพระอนุชาจับกุมพระปีย์ 
พระปีย์นั้นไม่ออกมานอกห้องบรรทมของพระนารายณ์แต่ก็ถูกลวงให้ออกมา พระเพทราชาก็จับพระปีย์สำเร็จโทษเสีย 
หลังจากนั้นก็ลวงฟอลคอนมาเข้าเฝ้าเพื่อกำจัดและปกปิดไม่ให้ใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในพระราชวัง

                                ฟอลคอนเดินทางมาเข้าเฝ้าโดยมีทหารฝรั่งเศสอารักขา
3 นาย หนึ่งในนั้นเป็นลูกชายของนายพลเดส์ฟาร์จด้วย
เมื่อถึงเขตพระราชวังก็ถูกพระเพทราชาจับกุมตัวพร้อมทหารฝรั่งเศส
แล้วนำตัวไปที่ทะเลชุบศร 
ไม่นานนักก็นำตัวมาประจานที่กำแพงพระราชวังแล้วขังคุกไว้ 
ฟอลคอนถูกบังคับให้สารภาพว่าร่วมกับพระปีย์ในการจะยึดอำนาจ
และยักยอกเงินท้องพระคลังออกนอกราชอาณาจักร 
หลังจากนั้นก็ถูกประหารด้วยวิธีสับร่างเป็นท่อน ๆ  บ้านเรือนถูกปล้น  บิดามารดา
ภรรยาก็ถูกทรมานและเค้นเอาความจริงในเรื่องการค้ากับต่างชาติ  นอกจากนี้ยังมีขุนนางอีก 3 คนถูกจับกุมด้วย

                                หลังจากนั้นพระเพทราชาก็ลวงพระอนุชาองค์โตให้ขึ้นมาละโว้ 
ในขณะที่พระอนุชาองค์เล็กและพระธิดาได้รับการปฏิบัติอย่างดี และทำหนังสือถึงสังฆราชและบาทหลวงฝรั่งเศสให้ไปพบด้วยโดยมีความต้องการให้นายพลเดส์ฟาร์จขึ้นไปพบหากไม่ไปก็หมายถึงเป็นศัตรูกัน
และลวงว่ามีความประสงค์จะแต่งตั้งลูกชายของนายพลเดส์ฟาร์จให้ทำหน้าที่ในตำแหน่งของฟอลคอน

                                นายพลเดส์ฟาร์จจำเป็นต้องปฏิบัติตามทั้ง
ๆ ที่รู้ว่ามีอันตรายเนื่องจากไม่อยู่ในภาวะที่จะปฏิเสธได้ แต่ก็คิดว่ามีข้อดี 2
ประการ คือ เป็นศักดิ์ศรีของชาวฝรั่งเศส
และในระหว่างนี้ทหารที่ป้อมจะมีเวลาเตรียมตัวทำการรบมากขึ้น

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s