การใช้งานคอมพิวเตอร์

ตอนที่  45

Wireless อย่างง่าย
(2)

                                การสื่อสารไร้สายสำหรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์เริ่มขึ้นในปี
พ.ศ.
2513 ที่รัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา ต่อมาในปี พ.ศ. 2540 IEEE จึงได้กำหนดมาตรฐาน IEEE 802.11 มารองรับการพัฒนาในเชิงพาณิชย์
สองปีต่อมาจึงได้ประกาศใช้มาตรฐาน
IEEE 802.11a ( 5
GHz, 54 Mbps )
และ IEEE
802.11b (2.4
GHz, 11 Mbps)
อย่างเป็นทางการ ในปี พ.ศ. 2546
มีประกาศใช้มาตรฐาน IEEE 802.11g (2.4
GHz, 54 Mbps )
ซึ่งมีความเร็วในการรับส่งข้อมูล
54 Mbps สามารถใช้ร่วมกับมาตรฐาน IEEE 802.11 b
ได้ด้วย ส่วนมาตรฐาน IEEE 802.11n (
High Throughput )
ได้ถูกพัฒนาขึ้นในปี
พ.ศ.
2550  ในปัจจุบันผลิตภัณฑ์
Wireless ของมาตรฐานล่าสุดยังคงเป็นรุ่นทดสอบ Draft-N
2.0  คาดว่ารุ่นเต็มจริงๆ
น่าจะประกาศใช้ในอีกไม่นานนี้

                                 การติดตั้งและวางระบบ Wireless

                                ก่อนอื่นต้องมาดูว่าจะใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง
อุปกรณ์ที่จำเป็นคือ
Modem   อุปกรณ์กระจายสัญญาณ และอุปกรณ์รับสัญญาณ  

อุปกรณ์กระจายสัญญาณที่นิยมใช้กันก็คือ
Access Point
และ Wireless Router
 

                                อุปกรณ์รับสัญญาณที่ใช้กันมีสองแบบ
คือ แบบเป็นการ์ดต่อเข้ากับพอร์ต
P CMCIA ของNotebook
(แต่ปัจจุบันนิยมใช้แบบที่ติดตั้งมาภายในตัว Notebook ซึ่งเสารับสัญญาณมักจะอยู่บริเวณขอบของจอภาพหรือด้านหลัง
keyboard และยังนิยมแบบ USB อีกด้วย)
อีกแบบหนึ่งคือ
PCI Slot ติดตั้งเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (แต่ปัจจุบันนิยมแบบ USB)

                                ระยะการส่งสัญญาณในอุปกรณ์ภายใต้มาตรฐาน IEEE 802.11 b และ g   เฉลี่ยอยู่ที่
100   เมตร
โดยต้องเป็นที่โล่ง ไม่มีอุปสรรคมาขวางกั้นแนวส่งคลื่นสัญญาณ   ถ้าอยู่ในอาคารมีห้องกั้นระยะส่ง จะเหลือไม่เกิน
30 เมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ตั้งของตัวส่งสัญญาณด้วยว่าเหมาะสมหรือไม่ อีกทั้งต้องพิจารณาถึงกำลังส่งของอุปกรณ์ส่งสัญญาณว่ามีมากขนาดไหนมากกว่าการไปพิจารณาว่าจะใช้มาตรฐานใดจึงจะดีกว่ากัน

                                การเพิ่มระยะการส่งสัญญาณสามารถทำได้หลายวิธี
เช่น

                                1    การเปลี่ยนเสาส่งสัญญาณเพื่อเพิ่มกำลังส่ง
ดูง่ายๆว่าเสาส่งสัญญาณที่ใหญ่กว่ามักจะมีกำลังส่งที่สูงกว่าพวกเสาเล็กๆนั่นเอง

                                2    ใช้ตัวทวนสัญญาณ (Repeater) ซึ่งก็คือ Access Point หรือ Wireless
Router ที่ติดตั้งเพิ่มขึ้นมาอีกตัวหนึ่งแต่ตั้งค่าให้เป็นตัวทวนสัญญาณได้
ทั้งนี้เพื่อแก้ไขจุดอับของสัญญาณ แต่ต้องดูด้วยว่ารุ่นไหนยอมให้มีการตั้งค่าเป็นตัวทวนสัญญาณได้หรือไม่ได้   
Repeater
ควรใช้ยี่ห้อเดียวกัน ส่วนการตั้งค่า  ก็เพียงเปลี่ยนโหมด
Access Point หรือ
Wireless Router ให้เป็น Repeater ใช้ช่องสัญญาณเดียวกันกับตัวที่จะใช้เป็นตัวทวนสัญญาณ
ชื่อเสาสัญญาณหรือชื่อเครือข่าย
Network Name (SSID)
ตัวใหม่จะตั้งชื่ออะไรก็ได้หรือจะตั้งชื่อตามเสาตัวเดิมก็ได้

                                3    ใช้อุปกรณ์ที่มีฟังก์ชั่นเสริม
โดยดูที่สัญลักษณ์ที่มีคำว่า
MIMO (Multi-In/Multi-Out), Ranger Expander, Range
Max หรือ Range Booster

                                เมื่อมีการเพิ่มระยะการส่งสัญญาณแล้ว
ถ้าจะให้ดีก็ควรเพิ่มกำลังขยายของตัวรับสัญญาณโดยติดตั้งเสารับสัญญาณเพิ่มเข้าไปที่ตัวรับสัญญาณของคอมพิวเตอร์
ซึ่งจะเป็นการเพิ่มรัศมีการรับกับการส่งให้สัมผัสกันได้มากที่สุด

คราวนี้มาดูอุปกรณ์กระจายสัญญาณ
คือ
Access
Point และ Wireless Router

                                Access Point จะมีช่องต่อสาย LAN 1 ช่อง
รับสัญญาณจากอินเตอร์เน็ต มีเสาอากาศสูงสุด
ถึง
3 เสา แต่รุ่นสามเสาไม่มีขายแล้ว รุ่น 2 เสาได้รับความนิยมที่สุดในขณะนี้
การใช้งานในระบบ
Wireless ด้วย Access Point ถือว่าง่ายที่สุด ทั้งนี้เพราะไม่ต้องปรับค่าอะไร   เพียงขอให้เสียบสาย LAN จากตัวของมัน
ไปเชื่อมกับ
Modem จะทางตรงหรือผ่าน Switch Hub ให้ได้ก็เท่านั้นส่วนไฟแสดงสถานะของ Access Point ทุกดวงจะต้องติดเสมอเวลามีการใช้งาน  ไฟสถานะ Link แสดงว่ามีการเชื่อมต่อถูกต้อง
ส่วนไฟสถานะ
Act หมายถึง การเชื่อมต่อระหว่างเครื่องลูกข่าย
ถ้ามีการกระพริบแสดงว่ามีการส่งถ่ายข้อมูลกันอยู่ และไฟแสดงสถานะ
Power หมายถึงมีกระแสไฟฟ้าจากตัวอาคารบ้านเรือนเข้ามาที่ Access Point    คำว่า Link, Act หรือ  Power
อาจเปลี่ยนเป็นคำอื่นก็ได้ทั้งนี้แล้วแต่บริษัทผู้ผลิต
Access Point จะเลือกใช้อย่างไร

                                Wireless Router ทำหน้าที่แจก IP Address ให้กับเครื่องลูกข่าย
ก่อนใช้งานจึงต้องตั้งค่า
การรับ
IP Address แบบอัตโนมัติที่เครื่องลูกข่ายเสียก่อน Wireless Router จะมีช่องเสียบสาย LAN ต่อกับเครื่องลูกข่าย 4 ช่อง และต่อกับอินเตอร์เน็ต 1 ช่อง   การใช้งาน Wireless Router จึงยุ่งยากกว่าการใช้งาน Access
Point

                                เรื่อง Wireless นี้
ยังมีอุปกรณ์อีกตัวหนึ่งชื่อว่า
Modem Router ซึ่งตัวมันไม่ใช่อุปกรณ์Wireless
เลย   Modem
Router คือโมเด็มแบบ ADSL ซึ่งมีฟังก์ชั่นการทำงานแบบเดียวกับ
Wireless Router อยู่ในตัวของมันด้วย เมื่อก่อนนั้นโมเด็มจะมีช่องเสียบสาย
LAN ช่องเดียว ถ้าจะใช้อินเตอร์เน็ตหลายเครื่องจะต้องไปหา Switch
Hub มาเชื่อมต่อเข้ากับ Router ตัวใหม่   ในสมัยนี้จึงทำการผลิต ADSL Modem   หรือ ADSL Gateway ออกมาจำหน่าย
โดยโมเด็มแบบนี้มีทั้งแบบต่อสาย
LAN ได้ 1 ช่อง และแบบ 4 ช่อง      

                                สรุปแล้ว Modem Router ก็คือโมเด็มแบบใหม่มีฟังก์ชั่นWireless
Router ในตัวของมันด้วยและในปัจจุบันก็ยังมีการพัฒนาอุปกรณ์ที่เรียกว่า
All-In-One รวมเอา Modem Router เข้ากับ Access Point ซึ่งมีครบทุกฟังก์ชั่นการใช้งานและเป็นอุปกรณ์อเนกประสงค์ในยุคนี้จริงๆ

ข้อความนี้ถูกเขียนใน คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

1 ตอบกลับที่ การใช้งานคอมพิวเตอร์

  1. Pramote พูดว่า:

    โลกไร้พรมแดน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s