สงคราม : พระศรีสิงห์ก่อกบฏต่อพระนารายณ์ 2 ครั้ง

ตอนที่  57

พระศรีสิงห์ก่อกบฏต่อพระนารายณ์
2 ครั้ง

                                 พระศรีสิงห์เป็นโอรสของพระไชยทิศ
(คนเดียวกับเจ้าฟ้าไชยหรือไม่ก็ไม่ทราบ) พระ
เชษฐาของพระนารายณ์
เมื่อพระไชยทิศสวรรคต พระนารายณ์รับพระศรีสิงห์มาเลี้ยงไว้เป็นราชโอรส และเลี้ยงพระปีย์ ลูกสามัญชนไว้เป็นบุตรบุญธรรม
เหตุการณ์นี้อยู่ในช่วงต้นรัชกาล

พระราชพงศาวดารฉบับคำให้การของชาวกรุงเก่า
กล่าวในสาระสำคัญไว้ว่า

                                เมื่อพระศรีสิงห์มีพระชนมายุได้
15 ปี ก็คิดกบฏ ซ่อนอาวุธเข้าไปถึงที่บรรทมของพระ
นารายณ์
เงื้ออาวุธจะฟันแต่พระนารายณ์ยึดอาวุธนั้นได้ แต่ก็มิได้ลงโทษเนื่องจากเห็นว่ายังเยาว์  ต่อมาพระนารายณ์เสด็จออกพระที่นั่งตำหนักดิน
พระศรีสิงห์ก็ถืออาวุธแฝงกายอยู่ข้างบานประตู แต่พระนารายณ์มิได้เสด็จไปทางนั้น
ทหารเห็นพระศรีสิงห์มีพิรุธจึงจับตัวไปถวายพระนารายณ์  พระนารายณ์เห็นว่าพระศรีสิงห์คิดทำร้ายถึง 2
ครั้ง จึงให้นำตัวไปสำเร็จโทษตามประเพณี โดยใช้ถุงผ้าแดงสวมตลอดทั้งตัว
หัวจรดเท้าแล้วทุบด้วยท่อนจันทน์ ใส่ลงหลุมฝังไว้ให้ทหารเฝ้า 7 วัน

                                ด้วยความเลินเล่อของเพชฌฆาตและทหาร
เมื่อครบ 7 วันจึงพากันกลับ พวกมหาดเล็กของ
พระศรีสิงห์ไปขุดศพ
พบว่ายังไม่ตายจึงนำพระศรีสิงห์ไปรักษาตัวอยู่ที่ตำบลบ้านขาว 
รักษาตัวหายดีแล้วจึงรวบรวมพรรคพวกที่เชื่อในเรื่องบุญบารมีของพระศรีสิงห์ได้เป็นจำนวนมาก 
มีขุนนางกลุ่มหนึ่งนำช้างทรงพิษณุหงส์ของพระนารายณ์ไปเข้ากับพระศรีสิงห์ด้วย
แล้วพากันบุกวังหลวง พระนารายณ์ไม่ทันรู้ตัวจึงต้องหลบหนีออกจากวัง พระศรีสิงห์จึงสถาปนาตนเป็นกษัตริย์ได้
1 วัน 1 คืน แต่แล้วพระนารายณ์ก็รวบรวมพลเข้ายึดวังหลวงคืนมาได้
แล้วให้นำพระศรีสิงห์ไปสำเร็จโทษ คราวนี้ทุบจนละเอียด ส่วนพวกที่ร่วมก่อกบฏก็ได้รับคำสั่งประหารจนหมดสิ้น
แต่พระพรหม วัดปากน้ำประสบ ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของพระนารายณ์ มีหูยาวถึงบ่า
เก่งกล้าเรื่องเวทมนต์ เหาะเหินเดินอากาศได้ อีกทั้งมีสำนวนโวหารดีได้ขอชีวิตไว้
พระนารายณ์จึงให้ส่งไปเป็นพวกเกี่ยวหญ้าช้างม้าที่สุพรรณบุรี
เมืองสุพรรณบุรีจึงเป็นส่วยหญ้าช้างหญ้าม้ามาตั้งแต่ครั้งนั้น

                                หลังจากนั้นพระนารายณ์จึงเข็ดขยาดการนำลูกผู้อื่นมาเลี้ยง
ไม่กล้าแม้กระทั่งมีลูกกับพระสนม แต่ก็เกรงว่าจะไม่มีโอรสสืบราชบัลลังก์
พระนารายณ์จึงนำพระมเหสี( 2 พระองค์)ไปอธิษฐานขอพระโอรส
แต่ห้ามพระสนมอธิษฐานขอ 
พระสนมคนใดตั้งครรภ์จะถูกรีดลูกออก
เนื่องจากระแวงจะเกิดกรณีอย่างพระศรีสิงห์ขึ้นมาอีก

                                พ.ศ. 2205
พระนารายณ์ยกทัพไปตีเมืองเชียงใหม่
ได้นางกุสาวดีราชธิดาเจ้าเมืองเชียงใหม่มาเป็นพระสนม
พระนารายณ์ฝันว่านางตั้งครรภ์และจะได้โอรสที่มีบูญญาธิการมาก จึงให้พระพรหม
วัดปากน้ำประสบมาแก้ฝันให้ ปรากฏว่าฝันนั้นเป็นดีแต่พระพรหมไม่ชอบที่จะให้รีดลูกออกเพราะมันเป็นบาปกรรม
อีกทั้งพระนารายณ์ก็จะไม่มีผู้สืบทอดราชบัลลังก์

                                พระนารายณ์จึงมอบนางกุสาวดีให้เป็นภรรยาของพระยาสุรสีห์(พระเพทราชา)ซึ่งเป็นลูกของพระนม
และเป็นครูช้างของพระนารายณ์ ถ้าลูกเป็นชายให้เป็นลูกของพระยาสุรสีห์ แต่ถ้าเป็นหญิงให้ส่งคืนกลับวังหลวง
เมื่อครบกำหนดคลอดก็ได้เด็กเป็นชาย ต่อมาได้เป็นกษัตริย์อยุธยาต่อจากพระเพทราชาได้พระนามว่าพระเจ้าเสือ

                                วันวลิต
บันทึกไว้คราวนั้นว่า พระเจ้าปราสาททองเป็นกษัตริย์ที่โหดร้ายที่สุดของอยุธยา
แต่สิ่งที่วันวลิต พบเห็นเมื่อคราวนั้นถูกลบล้างด้วยความเหี้ยมโหดกว่าของพระเพทราชา
และยิ่งกว่านั้นอีกด้วยพระเจ้าเสือ

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s