สงคราม : Tome Pires กล่าวถึงพระรามาธิบดีที่ 2

      

ตอนที่  66

Pires กล่าวถึงพระเชษฐา(พระรามาธิบดีที่ 2)

              

                                เมื่อพระเชษฐาครองราชย์
(พ.ศ. 2034)ได้ประมาณ 3 ปี ในยุโรปนั้นมี 2 ชาติมหาอำนาจทางทะเล คือโปรตุเกต
และสเปน ได้ตกลงทำสนธิสัญญาที่เรียกว่า
Treaty of 
Tordessillas ใน พ.ศ. 2037กำหนดให้มีเส้นแวง
Circle of Longitude เป็นเส้นสมมุติในการแบ่งเขตการเดินเรือของทั้งสองประเทศ
กำหนดให้สเปนมีสิทธิเดินเรือไปทางตะวันตก และโปรตุเกตมีสิทธิเดินเรือมาทางตะวันออก
นี่เป็นสาเหตุสำคัญที่สามารถตอบคำถามได้ว่าทำไมโปรตุเกตจึงเป็นพวกยุโรปที่เข้ามาถึงอยุธยาได้เป็นชาติแรก

                                ปัจจัยอีกประการหนึ่งที่สนับสนุนให้พวกยุโรปเดินทางมาทางตะวันออกก็คือ
ต้องการชัยชนะในสงครามกับพวกมุสลิม  การที่จะชนะพวกมุสลิมได้นั้นต้องไปพบกับกษัตริย์เพรสตัน
จอห์น ซึ่งมีนักรบเป็นจำนวนมาก และสามารถช่วยรบตลบหลังพวกมุสลิมได้  และการจะไปหาเพรสตัน จอห์น ได้นั้นจำเป็นต้องอ้อมพวกมุสลิมไป
ทางอ้อมมีทางเดียวคืออ้อมแหลมกู้ดโฮป

                                พ.ศ. 2040 วาสโก
ดา กามา อ้อมแหลมกู้ดโฮปได้สำเร็จ ไปขึ้นบกที่เมืองกาลิกัต ในอินเดีย กาลิกัต เป็นฐานที่มั่นทางการค้าของโปรตุเกต
และนี่คืออีกเหตุหนึ่งที่ตอบคำถามได้ดีว่าทำไมกรุงลิสบอน ของโปรตุเกตุจึงเป็นศูนย์กลางการค้าในสมัยนั้น
กว่าที่สเปนจะตามมาไล่ล่าอาณานิคมในเอเซียแข่งกับชาติอื่นๆ จนครอบครองหมู่เกาะฟิลิปปินส์ได้ก็ล่วงไปถึง
พ.ศ. 2103 (กลางรัชสมัยพระมหาจักรพรรดิ)

                                โปรตุเกตทำการค้าโดยขัดผลประโยชน์ต้องรบกับเจ้าเมืองกิลิกัตอยู่ประมาณ
10 ปี จึงเริ่มหาฐานที่มั่นใหม่ในที่สุดก็มายึดเมือง
Goa เป็นฐานที่มั่นทางการค้าใหม่ได้
นอกจากนั้นยังยึดปากทะเลแดงปากอ่าวเปอร์เซีย และมะละกา
ตลอดจนหมู่เกาะโมลุกกะไว้ในครอบครองด้วย

                                พ.ศ. 2054
โปรตุเกตยึดมะละกาได้
จึงส่งทูตมาเจริญไมตรีทางการค้ากับสยามซึ่งยังคงอยู่ในรัชสมัยพระเชษฐา
ซึ่งสยามก็ส่งทูตกลับมาเจริญไมตรีจนถึงมะละกาด้วย

                                Tome Pires ชาวโปรตุเกต เคยเข้ามาทำการค้าในแถบเอเชีย โดยประจำอยู่ที่มะละกาในช่วงระหว่าง
พ.ศ. 2055 – 2057 บันทึกเรื่องราวของอยุธยาในช่วงรัชสมัยพระเชษฐาไว้ว่า
พระองค์เป็นนักล่าสัตว์ มีพระมเหสีและสนมมากกว่า 500 คน
พ่อค้าต่างชาติที่เข้ามาค้าขายในสยามจะถูกกดราคา เว้นแต่พวกจีนซึ่งสยามมีความสัมพันธ์กับจีนมาเก่าก่อนจะมีปัญหาน้อยกว่าชาติอื่นๆ
เหตุนี้พ่อค้าจึงเข้ามาค้าขายกับอยุธยาน้อยกว่าท่าเรือแห่งอื่น

                                ชาวสยามไม่ชอบแขกมัวร์
และรบกับพวกมัวร์อยู่เป็นประจำ ชาวสยามสวมเครื่องรางของขลัง
พวกผู้มีอำนาจทางการปกครองประดับเพชรยอดแหลมและแก้วแหวนของมีค่าบริเวณที่ลับ

                                หัวเมืองของสยามที่ใกล้พม่ามากที่สุดคือเมืองตะนาวศรี
ถัดลงมาถึงเคดาห์ หัวเมืองประเทศราชเริ่มจากปะหัง ตรังกานู กลันตัน มีแม่น้ำ
Odia หรือเจ้าพระยา
ขึ้นไปถึงอยุธยา

                                สยามมีการปลูกข้าวอย่างล้นเหลือและมีเกลือมาก
สินค้าที่นำมาจากมะละกาคือทาส

                                พระเจ้าอยู่หัวมีความหมายว่าเจ้าเหนือหัว
มีอุปราชคนหนึ่งคุมทางพะโคและกัมพูชา และเปรียบเสมือนพระเจ้าแผ่นดิน
อุปราชอีกคนหนึ่งคุมอยุธยาไปถึงปะหัง 
อีกคนหนึ่งคุมตะนาวศรี ตรัง และ เคดาห์ 
อีกคนหนึ่งเป็นเลขานุการของพระเจ้าแผ่นดิน 
ทุกๆเรื่องจะต้องผ่านเขาคนนี้และพระยาโกษาธิปดีซึ่งทำหน้าที่คลัง

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s